สัมผัสแรกกับ All New Street Triple RS 765

3071 จำนวนผู้เข้าชม  |  Test&Review

สัมผัสแรกกับ All New Street Triple RS 765

สัมผัสแรกกับ
All New Street Triple RS 765




   ไฟหน้าแบบใหม่ ที่ออกแบบมาได้อย่างลงตัวและมีสไตล์เป็นของตัวเองอย่างมาก เรือนไมล์ที่มีฟังชั่นก์ให้เลือกเล่นมากมาย
จนคิดว่าเล่น Smart Phone อยู่ ก็ว่าได้ ภายนอกที่ถูกปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งคัน ทำให้รู้สึกอยากจะจับจองเอามาเป็นเจ้าของจริงๆ
แถมราคายังยั่วยวนอีก




   และเมื่อได้ลองทดสอบขับขี่ช่วงสั้นๆ ทำได้ดีเกินคาดสำหรับเครื่องยนต์เพียง 765 cc. แต่พกแรงม้ามาเต็มเครื่องยนต์
น้ำหนักตัวรถที่เบามากจนทำให้รู้สึกเหมือนขับขี่รถสปอร์ตอยู่ ช่วงล่างและระบบเบรก จัดให้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งคาลิปเปอร์หน้า
Brembo M50 ดิสก์เบรกหน้าคู่ ระบบความปลอดภัยทั้ง ABS และ Traction Control ที่สามารถปรับและปิดการทำงานได้
และที่เป็นทีเด็ดก็คือชุด Quick Shiffter ที่ติดตั้งมาให้จากโรงงาน ทำให้การขับขี่สนุกมากยิ่งขึ้น




ท่านั่งการขับขี่



   ถือว่าออกแบบมาได้อย่างดีเหมาะสมกับคนไทยเป็นอย่างมาก เพราะจากพื้นถึงเบาะสูงเพียง 82.5 cm. ทรงเบาะแคบกว่าเดิม
ทำให้สามารถวางเท้า ได้เต็มเท้าพอดี เบาะนิ่มนั่งสบาย แฮนด์บาร์ทรงอ้วน ไม่กว้างจนเกินไป มุดช่องเล็กหรือขับขี่ซอกแซในเมือง
ทำได้ดีแม้จะมีกระจกปลายแฮนด์ก็ตาม ส่วนพักเท้านั้นไม่ต่างจากตัวก่อนหน้ามากนักมีกันลื่น การวางเท้าออกแนวสปอร์ตเล็กน้อย
เข่าไม่งอมาก ขับขี่ทางไม่ไกลมากนัก รู้สึกสบายอย่างมาก

ระบบรองรับน้ำหนัก



   โช้คหน้า Showa ที่ให้มานั้นสามารถปรับได้ทุกอย่างตามต้องการ ส่วนค่าที่ตั้งมาให้ออกจะแข็งไปสักหน่อย แต่ไม่ถึงกับกระด้างสะทีเดียว
การเข้าโค้งหรือขับขี่สลาลม ก็ยังทำได้ดี ไม่ย้วยหรือกระด้าง ด้านโช้คหลังที่ให้มาเป็นของ Ohlins STX40 ก็ยังสามารถปรับตั้งได้เช่นกัน
ส่วนค่าที่ตั้งมาให้จากโรงงานนั้นนิ่ม เหมาะแก่การใช้งาน ทางในบ้านเราที่ไม่ค่อยจะเรียบสักเท่าไหร่

กำลังเครื่องยนต์


   บอกได้คำเดียวว่า “แรงจริง” แรงม้าที่มีให้มาถึง 123 ตัว มันแรงจริงไม่ใช่แรงโม้ และแรงบิดสูงถึง 77 Nm. อัตราเร่งที่จัดจ้าน
สำหรับเครื่องยนต์แบบสามสูบที่ถูกพัฒนามาจากตัว Daytona 675 นั้น ทำได้ดีมาก อีกทั้งน้ำหนักของตัวรถที่หนักประมาณ 170 กิโลกรัม
ทำให้รถนั้นคล่องตัวเป็นอย่างยิ่ง


   อัตราเร่งช่วงต้นที่จัดจ้านเกินตัวและคันเร่งแบบไฟฟ้า อาจจะทำให้ควบคุมยากสักหน่อย แต่ถ้าชินกับรถแล้วล่ะก็ หน้าลอยแบบไม่หยุดแน่นอน
ทางด้านแรงบิดและแรงม้า เมื่อเทียบกับรถในพิกัดเดียวกันอย่าง M796 และ Z800 ถือว่าไม่เป็นรองและทำได้ดีกว่าในบางจุด เพราะสามารถ
ลากรอบได้เยอะกว่า แถมแรงม้ายังมากกว่าเพื่อนต่างค่าย

   ซึ่งความเร็วปลายนั้นเรายังไม่ได้ทำการทดสอบเนื่องด้วยเส้นทางการจราจรที่ไม่อำนวย แต่แค่บิดเล่นๆก็ปาเข้า 180 กม/ชม.
เสียงท่อและเครื่องยนต์นั้นถูกปรับมาใหม่ทั้งหมด ให้เสียงที่ดุดันมากเวลาขับขี่หรือเดินเบาอยู่กับที่ และที่สำคัญยังมี Quick Shifter
ที่ติดตั้งมาให้จากโรงงาน เมื่อลากรอบประมาณ 9,500 รอบ/นาที แล้วเปลี่ยนเกียร์ ให้เสียงและอารมณ์ที่เร้าใจเหมือนขับขี่รถสปอร์ตเลยทีเดียว

  สนใจทดลองขับ หรืออยากติดต่อสอบถามก็คลิกเข้าไปดูรายละเอียดกันได้ที่ FB : https://www.facebook.com/Praram5Triumph/?fref=ts 
โทร : 092 245 8222 ได้รถเลยไม่ต้องรอนานครับ