Review BMW R1250 GS สุดในรุ่น...!!! คำนี้ต้องยกให้เค้า

112 จำนวนผู้เข้าชม  |  Test&Review News

Review BMW R1250 GS สุดในรุ่น...!!! คำนี้ต้องยกให้เค้า

สุดในรุ่น...!!! คำนี้ต้องยกให้เค้า

Review BMW R1250 GS

By OVERRIDE




Review BMW R1250 GS
สุดในรุ่น...!!! คำนี้ต้องยกให้เค้าเลยกับรถแอดแวนเจอร์รุ่นใหญ่ตัวท็อปอย่าง BMW R1250 GS ที่ทางทีมงาน OverRide ได้รับเกียรติไปทดสอบขับขี่กันที่สนาม Enduro Park แห่งใหม่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่ต้องบอกว่ามีพื้นที่กว้างขวางมากว่าเดิมและมีความพร้อมในการขับขี่ยิ่งขึ้น

        สำหรับบรรยากาศในช่วงเช้าเป็นการอบรมด้านข้อมูลเทคนิค ก่อนจะลงไปขี่วอร์มอัพ โดยมี Mr.GS หรือลุง Tom Wolf มาเป็นผู้นำไลน์การขับขี่ พร้อมด้วยทีม Instructor ของทาง Enduro Park คอยแนะนำเทคนิคการขับขี่ตามสถานมีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ่อกรวด บ่อทราย ลงน้ำ ขึ้นเนิน ก่อนที่จะออกไปลุยในเส้นทางธรรมชาติบริเวณรอบนอกของ Enduro Park


        ตัวรถ BMW R1250 GS มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ Boxer 2 สูบนอนขนาด 1,254 ซีซี 136 แรงม้า พร้อม Central Balance shaft ระบายความร้อนด้วยอากาศและของเหลว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน BMW ShiftCam !!!



จุดเด่นของ BMW R1250 GS


BMW Shift Cam
เทคโนโลยี BMW ShiftCam คืออะไร มันคือระบบควบคุมเพลาลูกเบี้ยวแบบแปรผันที่มีขนาดไม่เท่ากันใน 1 ตัว พูดให้เห็นภาพก็คือตัวเพลาลูกเบี้ยวจะมีกระเดื่องสูงและกระเดื่องต่ำในหนึ่งตัวนั่นเอง จุดเด่นของ ShiftCam ก็คือการทำงานของเครื่องยนต์ในรอบต่ำ เมื่อเราเปิดคันเร่งในรอบต่ำ Shift Gate จะควบคุมการเปิดปิดของกระเดื่องในรอบต่ำช่วยให้การทำงานของเครื่องยนต์สมูทยิ่งขึ้นและยังลดอัตราสิ้นเปลืองของน้ำมันอีกด้วย และเมื่อเราต้องการใช้ความเร็วเมื่อเปิดคันเร่งไปที่ 5,000 รอบ/นาที ตัว Shift Gate ก็จะเปิดการทำงานในรอบสูงทำให้สามารถใช้สมรรถนะของเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มที่นั่นเอง หลังจากที่ได้ขี่มาแล้วบอกได้เลยครับว่าเครื่องยนต์ใหม่ของ BMW R1250 GS นั้นสมูทยิ่งขึ้นจ โดยเฉพาะในช่วงรอบต่ำเวลาที่ลงไปลุยในทางแอดแวนเจอร์เครื่องยนต์เดินเรียบดีจริงๆ ช่วยให้เราไม่เสียจังหวะในการขี่ผ่านอุปสรรคต่างๆได้อย่างดีเยี่ยม

 
ระบบเบรก DBC (Dynamic Braek Control)
คือระบบเบรกที่ช่วยตัดกำลังของเครื่องยนต์ในกรณีที่เบรกฉุกเฉิน อธิบายก็คือในจังหวะฉุกเฉินที่เราต้องเบรกหนักๆขณะที่มือเราอาจล็อคอยู่ที่คันเร่ง ระบบนี้จะช่วยตัดกำลังเครื่องยนต์ทิ้งไปทันที


ระบบควบคุมการทรงตัวแบบอัตโนมัติ ASC
เป็นระบบอัจฉริยะที่ช่วยปรับการทรงตัวให้เหมาะกับสภาพพื้นผิวถนน ไม่ว่าจะเป็นทางดำหรือทางแบบออฟโรด ควบคุมการทำงานผ่านระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับ ประมวลผลอย่างว่องไวและแม่นยำ


ระบบช่วงล่างที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า Dynamic ESA
อีกหนึ่งจุดเด่นเรื่องช่วงล่างต้องยกให้เค้าจริงๆกับระบบนี้ ที่การทำงานนั้นว่องไวปรับเปลี่ยนช่วงล่างได้ตามโหมดการขับขี่ และปรับค่าการสั่นสะเทือนให้เหมาะสมกับสภาพถนน



Riding Mode
ในส่วนของโหมดการขับขี่มีให้เลือก 3 โหมด ด้วยกันคือ Rain, Road และ Riding Mode Pro ในส่วนของโหมดโปรแบ่งออกเป็น Dynamic, Dynamic Pro, Enduro และ Enduro Pro สามารถเลือกใช้งานได้ตามความถนัดของผู้ขับขี่


 
Hill Start Control
ระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน ในกรณีที่ต้องจอดบนพื้นที่มีความลาดเอียง บวก ลบ 5 องศา ระบบนี้จะทำงานโดยอัตโนมัติ ช่วยให้เมื่อเราต้องออกตัวในทางลาดนั้นเป็นไปอย่างลาบลื่น ไม่ว่าจะทางชันหรือทางลาดลงเขา


จอแสดงผลสีแบบ TFT
หน้าจอ TFT ขนาด 6.5 นิ้ว ช่วยให้ผู้ชับขี่ไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อ แบบครบครันแถมยังสามารถเชื่อมต่อกับมือถือผ่าน App BMW Motorrad Connected มีให้โหลดทั้งใน App Store และ Play Store


มีให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ 3 ราคา
BMW R 1250 GS Limited Edition ราคา 1,085,000 บาท
BMW R 1250 GS HP Style ราคา 1,105,000 บาท
BMW R 1250 Adventure ราคา 1,174,000 บาท

          ซึ่งหลังจากที่เราขับขี่กันจนเสร็จแล้วผมขอสรุปว่า ถ้าคุณจะเลือกรถ Adventure ระดับ Top Class สักคันนึงเนี่ย BMW R1250 GS มันตอบโจทย์จริงๆไม่ว่าจะเอาไปลุยผจญภัย หรือเดินทางท่องเที่ยวชิลๆ มันสามารถพาคุณไปได้หมดที่เหลือก็อยู่ที่ว่าคุณจะพามันไปได้ไกลแค่ไหนเท่านั้นเองครับ