Honda Ridding Passion Year2 "Japan Passion" มี passion มันต้อง...สักครั้ง

69 จำนวนผู้เข้าชม  |  News

Honda Ridding Passion Year2 "Japan Passion" มี passion มันต้อง...สักครั้ง

Honda Ridding Passion Year2

"Japan Passion"

มี passion มันต้อง...สักครั้ง


เราเชื่อว่าทุกคนล้วนมี Passion เป็นของตัวเอง แต่จะมีซักกี่คนที่ได้มีโอกาสทำตาม Passion โดยเฉพาะการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ในต่างแดน และในครั้งนี้ทีมงาน OverRide จะพาไปสัมผัสประสบการณ์ขี่รถในต่างแดนในโปรเจ็กต์ Honda Ridding Passion Year2 : Japan Passion ที่ทาง Honda BigBike ก้ได้เปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าได้ร่วมส่ง Passion และคัดเลือกผู้ที่ผ่านเข้ารอบมาคัดตัว เพื่อเฟ้นหาผู้ที่มี Passion อันแรงกล้าที่จะไปตามฝันกันที่ญี่ปุ่นซึ่งก็ได้ผู้ที่ผ่านการทดสอบจำนวน 4 ท่าน ร่วมเดินทางไปพร้อมกับลูกค้าท่านอื่นๆ ซึ่งทาง OverRide ก็ได้มีโอกาสไปร่วมบันทึกความทรงจำในทริปนี้ เมื่อวันที่ 18-24 ตุลาคม ที่ผ่านมา จะเป็นยังไงไปติดตามกันได้เลยครับ




 Day1 

วันแรกของการเดินทางผู้ร่วมทริปนัดเจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิกันในช่วงเช้า

เมื่อได้เวลาก็บินลัดฟ้าไปสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเครื่องลงก็เดินทางเข้าสู่โรงแรมเพื่อพักผ่อนกันก่อน ช่วงค่ำรับประทานอาหาร พร้อมบรีฟเรื่องการเดินทางกำหนดการต่างๆ และแนะนำตัวของผู้ร่วมทริปแต่ละคนทำความรู้จักกันซักหน่อยจากนั้นจึงแยกย้ายกันตามอัธยาศัย




 Day2 


ตื่นเช้ามาพร้อมกับสภาพอากาศที่ไม่ค่อยเป็นใจซักเท่าไหร่เพราะมีฝนโปรยปราย
สำหรับกำหนดการของวันที่ 2 นี้ จะเป็นการเดินทางด้วยรถบัส สำหรับจุดหมายแรกนี้อยู่กันที่
Ricoland ดินแดนละลายทรัพย์ สวรรค์ของนักบิดเพราะที่นี่มีอุปกรณ์ ชุดขับขี่ ถุงมือ
หมวกกันน็อค และอีกมากมาย เดินช็อปปิ้งกันเพลินๆก่อนจะเดินออกมาจากร้านพร้อมถุง
เต็มมือกันเลย

จากนั้นก็เดินทางไปทานมื้อเที่ยงกันต่อ เติมพลังกันซักหน่อยก่อนจะปล่อยให้เดินช็อปปิ้ง
กันอีกครั้งกันที่ย่านชินจูกุ
 
ช่วงเย็นเดินทางไปยังจังหวัดโทะชิงิ ระยะทางประมาณ 170 กิโลเมตร เพื่อเข้าพักยังโรงแรม Nasu Marronnier Hotel สาหตุที่ต้องมาพักไกลขนาดนี้ก็เพราะในวันถัดไปพวกเราต้องเข้าไปชมการแข่งขัน Moto Gp เพื่อให้สะดวกต่อการเดินทางนั่นเอง



 Day3 

สำหรับในวันที่ 3 นี้ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของ Japan Passion เพราะว่าในวันนี้พวกเรา
จะได้เข้าไปชมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ระดับโลก MotoGP สนามที่ 16 Twin Ring Motegi

 
ช่วงเช้าระหว่างที่เดินทางไปสนามด้วยรถบัสก็จะเห็นบรรดาไบค์เกอร์ญี่ปุ่นขี่รถเข้ามา
ในสนามมากมายหลากรุ่น บางรุ่นก็หาได้ยากในบ้านเรา กว่าจะฝ่าการจราจรที่หนาแน่น
เข้ามาได้ก็เกือบ 10 โมง


และความพิเศษก่อนเข้าไปชมการแข่งขันก็คือพาคณะผู้ร่วมทริปเข้าไปชม Honda Collection
Hall เป็นพิพิธภัณฑ์รวมรถต่างๆที่มีชื่อเสียงของฮอนด้า ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์
ใช้ในการแข่งขันจากอดีต รวมไปถึงวิวัฒนาการผลิตภัณฑ์ต่างๆของฮอนด้าอีกมากมาย
 


จากนั้นช่วงเที่ยงๆเข้าไปนั่งด้านใน GrandStand เพื่อรับชมการแข่งขัน MotoGP
เริ่มที่ Moto3 และ Moto2 และชมไฮไลท์ MotoGP ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย




 
ช่วงเย็นๆจึงเดินทางกลับเข้าไปพักยังโรงแรม Shinjuku Washington Hotel อีกครั้ง
เพื่อเพราะช่วงเช้าต้องออกไปรับรถมอเตอร์ไซค์ที่จะขี่ในทริปนี้กันนั่นเอง
รับประทานอาหารกันเสร็จยังพอมีเวลาให้เดินชมแสงสีของย่านชินจูกุในช่วงค่ำคืนอีกนิดหน่อย ก่อนจะกลับมาพักผ่อนกัน



 Day4 

เป็นเช้าที่หลายๆคนในทริปนี้รอคอยทุกคน เตรียมชุดอุปกรณ์ขับขี่มากันครบและเดินทาง
ไปรับรถมอเตอร์ไซค์กันที่ Rental819 สาขาโอไดบะ
 

สำหรับรถที่ใช้ขับขี่กันในทริปนี้ก็มี Honda CB1000R, Honda CB1100 RS,
CB1300 Super Bold’or พอได้รถประจำตำแหน่งกันแล้วดูทุกคนจะตื่นเต้นกันมาก
 
แน่นอนว่าการเดินทางในครั้งนี้ก็ต้องมีผู้นำหรือ Marshall ซึ่งก็ได้คุณ Hideki Kashiwa
และคุณ Kanji Fujita มาช่วยนำคณะเดินทางในครั้งนี้ ก่อนจะออกเดินทางก็เช็คความพร้อม
ของตัวรถแล้วออกเดินทางกันเลย

 
จากร้าน Rental819 ขี่ออกจากโอไดบะขึ้นสู่ทางด่วน...!!! ใช่ครับอ่านไม่ผิด ที่ญี่ปุ่นมอเตอร์ไซค์ขึ้นทางด่วนได้ครับแต่ต้องเป็นรถมีขนาด 250 cc. ขึ้นไปนั่นเอง
ซึ่งรถทุกคนก็จะติด ETC หรือบ้านเราก็เรียก Easy Pass นั่นเองคือมีวงเงินอยู่
ขี่เข้าด่านเก็บตังก็จะตัดเงินเรานั่นเอง

ระหว่างทางที่ขี่กว่าจะผ่าการจราจรในเมืองมาได้หนักหนาเอาเรื่องอยู่เพราะรถค่อนข้างติด
หลังจากนั้นแวะทานมื้อเที่ยงกันที่ร้านปิ้งย่างเล่นกันจนจุกเลยทีเดียว

ก่อนจะออกเดินทางกันต่อ ช่วงเย็นเริ่มเข้าเขตภูเขาอากาศเริ่มเย็นลงวิวสองข้างทางสวยงาม
ขี่กันเพลินๆผ่านอุโมงค์ลอดเขากันมาเรื่อยๆ

 
แล้วมาแวะจุดชมวิวกันที่ Lake Okutama ซึ่งเป็นทางผ่านอยู่แล้ว พักให้หายเมื่อยถ่ายรูปเล่นกันซักพักใหญ่แล้วขี่กันต่อลัดเลาะทะเลสาบไปเรื่อยๆ

 
ฟ้าเริ่มมืดลงอากาศเริ่มหนาวเย็น แต่แล้วก็โดนแจ็คพ๊อตสายฝนโปรยปรายบริเวณเส้นทาง
ที่เราผ่านเล่นเอาสะท้านกันหมด จะบอกว่าทรมานแต่มันก็มีความสุขที่ได้ขี่

 
ในที่สุดก็มาถึงโรงแรมที่พักของเรา Hana Isawa Hotel จังหวัดยามานาชิ และที่สำคัญโรงแรมนี้มีออนเซ็นให้แช่อีกด้วย หลังจากอาบน้ำแต่งตัวในชุดยูคาตะกันเสร็จก็ไปรับประทานอาหารค่ำ ก่อนจะแยกย้ายไปแช่ออนเซ็นและนอนพักผ่อนกันเป็นอันจบการเดินทางในวันที่ 4



 Day5 


เข้าสู่การเดินทางวันที่ 5 ของทริปนี้ ตื่นเช้ามาเปิดผ้าม่านโรงแรมก็พบว่า...ฝนตก !!!
แถมวันนี้ยังเป็นวันไฮไลท์ที่จะไปชมความงามของภูเขาไฟฟูจิอีก ก็ได้แต่ภาวนา
ให้อากาศปลอดโปร่งไวๆ
 
ทานมื้อเช้าแต่งตัวกันพร้อมชุดกันฝน ออกไปลุยตามหา Passion แม้แต่สายฝน
ก็ไม่อาจหยุดคณะเดินทางของเราได้ (จริงๆแล้วทำอะไรไม่ได้)
ขี่ลุยฝนไปยังจุดหมายแรกของเรา นั่นก็คือจุดชมวิวบริเวณตีนภูเขาไฟฟูจิ แต่แล้วพวกเรา
ก็ต้องผิดหวังเมื่อฟ้าฝนไม่เป็นใจและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย
 



จนต้องเปลี่ยนแผนไปแวะคลายความหนาวกันที่ร้านกาแฟใกล้ๆกัน ทานเครื่องดื่มร้อนๆ
นั่งล้อมผิงเตาไฟเป็นบรรยากาศอบอุ่นของการเดินทางในทริปนี้เลยก็ว่าได้
ฝนเริ่มเบาลงฟ้าเริ่มเปิดนิดให้เราเห็นยอดฟูจิซังอยู่ลางๆ เรายังมีหวังกันอยู่



ว่าแล้วก็ขี่ออกเดินทางกันต่อเพื่อไปรับประทานอาหารมื้อเที่ยง เส้นทางที่ขี่ก็เป็นถนน
ที่วนอยู่รอบๆฟูจิเราก็ได้เห็นยอดเขาเป็นช่วงๆ จนมาถึงร้านอาหารฟูจิซังใจดีเผยโฉม
ให้เราเห็นอยู่บ้างถึงแม้ไม่นานทุกคนก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพความประทับใจไว้
 
ช่วงบ่ายขี่กันต่อมีเปลี่ยนแผนกันนิดหน่อยทีมมาแชลจะพาพวกเราขี่ขึ้นไปยังจุดชมวิว
Fujinomiya Trail ชั้นที่ 5 เป็นจุดสูงสุดที่สามารถขับขี่ขึ้นมาได้ ระหว่างทางขึ้น
ก็จะได้เห็นต้นไม้ 2 ข้างทางที่เริ่มเปลี่ยนสี ขี่ขึ้นมาจนถึงลานจอดรถหมอกก็เจอกับ
หมอกขาวโพลนไปหมด ส่วนเรื่องความหนาวเย็นบอกเลยว่าโคตรหนาว !!!
 
จากจุดนี้ใช้เวลากันซักพักแล้วออกเดินทางกลับที่พักระหว่างทางแวะ Lake Kawaguchi
กันซักหน่อยจุดนี้เป็นอีกหนึ่งจุดที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน

แต่ยอดเขาก็ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆแอบเสียใจเล็กๆ แต่ก็ไม่เป็นไรหลายๆคนแวะซื้อของ
ที่ระลึกกันที่ร้านใกล้ๆนี้ แล้วเดินทางกลับไปพักผ่อนกันที่โรงแรม Hana Isawa Hotel
กันเหมือนเดิม




 Day6 

วันสุดท้ายของการขับขี่ในทริปนี้ แต่ไม่ใช่ท้ายสุดของ Passion เพราะว่าสภาพอากาศเช้านี้
แจ่มใสท้องฟ้าปลอดโปร่งแบบสุดๆ

 

หลังจากที่ทุกคนเตรียมตัวเก็บของกันเสร็จแต่งตัวพร้อมขับขี่ไปยังริมทะเลสาบ
Kawaguchigo และแน่นอนว่าวันนี้ฟูจิซังใจดีไม่ทำให้เราผิดหวัง พวกเราได้เห็นภูเขาไฟฟูจิ
อย่างเต็มตา และเราก็ได้ใช้ช่วงเวลานี้บันทึกภาพความประทับใจของทุกคนที่มาร่วมขี่กัน
ในทริปนี้กันอย่างมีความสุข
 
จุดหมายต่อไปของเรามุ่งหน้าไปยังจังหวัดคานางาวะ ระหว่างทางที่ขับขี่ก็ยังได้เห็นวิว
ภูเขาไฟภูจิอยู่ตลอด

ช่วงเที่ยงรับประทานอาหารกลางวันกันที่ริมทะเลสาบอาชิ ก่อนจะขี่ขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบน
เขาที่มองลงมะจะเห็นวิวทะเลสาบอาชิอยู่ด้านล่าง
 
และที่นี่ดูแล้วเหมือนเป็นศูนย์รวมของรถซิ่งญี่ปุ่นอีกด้วยเพราะระหว่างที่จอดพักกันอยู่
จะมีรถแต่งซิ่งมาให้เห็นอยู่ตลอด

และแล้วก็ถึงเวลาเดินทางกลับไปยังโอไดบะเพื่อนำรถไปคืน และกลับเข้าสู่โรงแรม Shinakawa Prince Hotel ร่วมรับประทานอาหารค่ำและปาร์ตี้ปิดทริปนี้กันอย่างสวยงาม
ก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อนบางคนก็นั่งรถไฟไปเที่ยวย่านชิบูย่า
เรียกได้ว่าใช้เวลากันอย่างคุ้มค่ากันจริงๆ เช้าวันรุ่งขึ้นเดินทางกลับไทยกันอย่างสวัสดิภาพ




สุดท้ายนี้ OverRide ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 4 ท่าน ที่ได้ไปทำตาม Passion ในครั้งนี้


ใครที่อยากไปตามหา Passion ยังเหลือโอกาสอีกครั้งที่ประเทศนิวซีแลนด์

ติดตามรายละเอียดกิจกรรม Riding Passion Year2 ได้ที่ https://www.facebook.com/HondaBigBikeTH

ขอขอบคุณ บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ที่ให้โอกาสพวกเราไปเก็บภาพประทับใจในครั้งนี้ด้วย