Honda X-ADV On road Off Road by OverRide

14916 จำนวนผู้เข้าชม  |  Test&Review News

Honda X-ADV On road Off Road by OverRide

สัมผัสแรกกับ Honda X-ADV
ทั้งทางฝุ่นและทางเรียบในสไตล์ OVERRIDE

   ได้ทดสอบขับขี่กันไปแล้วกับ Honda X-ADV เราก็มารีวิวกันให้ได้อ่านกันว่าขี่แล้วมันเป็นยังไง ไปอ่านพร้อมๆกันได้เลย

Feeling Racing Style
ท่านั่งการขับขี่

   จากถนนจริงสู่สนามแข่ง เป็นรถที่ใช้งานได้ทุกรูปแบบของจริง เริ่มจากการวางเท้าที่
ถูกออกแบบมาให้ใช้งานในชีวิตประจำวันเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการวางเท้าจึงไม่ค่อยเหมาะ
กับการขับขี่ในสนามแข่งสักเท่าไหร่

   แต่ถ้าจะใช้งานสำหรับการขับขี่ในสนามแข่งจริง ควรติดตั้งพักเท้าเพิ่มที่ด้านท้ายของที่วางเท้า เพื่อการขับขี่ที่ถนัดมากขึ้น แต่ถ้าไม่ได้ต้องการเอาไปลงแข่งจริง ที่วางเท้าเดิมก็พอและเมื่อต้องการจะแบนเข้าโค้ง ก็สามารถแทงเข่าออกมาได้ไม่ยาก


   เลื่อนขึ้นมาที่ชุดควบคุมด้านบน แฮนด์บาร์ทรงกว้างนั้น ช่วยให้ง่ายต่อการควบคุมรถในทุกย่านความเร็ว

ระบบเบรกและระบบกันสะเทือน
    ระบบกันสะเทือนทั้งด้านหน้าและหลังถูกออกแบบมาให้ใช้งานในเมืองเป็นส่วนใหญ่
จึงทำให้ก่อนเริ่มทดสอบนั้นก็รู้สึกเสียวๆอยู่ ว่าโช้คหน้าและหลังนั้น จะเอาอยู่กับ
การเข้าโค้งหนักๆหรือไม่ แต่พอได้ลองทดสอบขับขี่นั้นก็ทำให้รู้ว่า อย่าตัดสินรถแค่ภายนอก

จนกว่าจะได้ทดสอบขับขี่จริง เพราะ Honda X-ADV นั้นมีระบบกันสะเทือนที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมจริงๆ เมื่อเข้าโค้งที่ความเร็วสูงไม่มีอาการส่ายหรือย้วยให้เห็น พอเริ่มเปิดคันเร่ง
ออกจากโค้งก็ทำได้ดี ไม่แพ้รถสปอร์ตเลยก็ว่าได้ ทางด้านระบบเบรก เบรกหน้าแบบ
ดิสก์เบรกคู่ที่มาพร้อมคาลิปเปอร์ Nissin 4 Pot ทำงานควบคู่กันได้อย่างดี เบรกหนึบ
สั่งได้ดั่งใจต้องการ

และยังมีระบบ ABS เข้ามาช่วยในการใช้งานอีก ทำให้มั่นใจในการเบรกอย่างมาก แต่ถ้าการแข่งขันในสนามแข่งจริงนั้นระบบ ABS จะไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่นัก ทางด้านเบรกหลังก็ยังเป็นแบบดิสก์เบรกเช่นเดียวกัน เมื่อเบรกพร้อมกันทั้งสองล้อ ก่อนเข้าโค้ง ถือว่าเบรกของรถคันนี้หนึบอย่างมาก ไม่ต้องกดเบรกลึก แค่เพียงกดเบรกเบาๆ เท่านั้นก็พอ

เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง
    กำลังเครื่องยนต์ขนาด 750 cc. พกแรงม้ามาเต็มกระเป๋า ให้อัตราเร่งที่ได้อารมณ์
รถสปอร์ต รอบสามารถเรียกได้ดั่งใจนึก เพียงแค่กระแทกคันเร่งหมดปลอก

ระบบเกียร์ DCT นั้นก็จะปรับเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสมกับที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นทั้งเพิ่มและลดเกียร์ และเมื่อเข้าโค้ง ระบบเกียร์ DCT นั้นก็จะช่วยลดเกียร์ลงให้เราตามความเร็วรอบ และเมื่อต้องการเปิดคันเร่งออกจากโค้ง ตัวรถก็จะเพิ่มเกียร์ให้เราเองตามความเร็วรอบที่เหมาะสมเช่นกัน

ลูกเล่นของเกียร์ตัวนี้ มีให้ใช้งานถึง 3 รูปแบบด้วยกัน
1.D(drive) เป็นเกียร์ปกติที่เหมาะใช้งานทั่วไปทั้งทางใกล้และทางไกล
2.S(Sport) โดยที่โหมดนี้จะมีให้เลือกย่อยอีก 3 ระดับ*
3.M (Maunal) เป็นโหมดที่เราสามารถปรับเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงได้ตามที่เราต้องการ ตัวเพิ่มหรือลดเกียร์จะอยู่ที่ด้านซ้ายมือของผู้ขับขี่

โหมด S ระดับ 3 จะเป็นโหมดที่ให้ฟีลลิ่งสปอร์ต เมื่อลองใช้โหมด M ที่เราเปลี่ยนเกียร์เอง การเข้าเกียร์ของระบบจะหน่วงเวลาการเข้าเกียร์สักนิดนึง ต้องใช้ให้ชินกับการเปลี่ยนเกียร์เอง จะได้อารมณ์ขับขี่แบบเกียร์ปกติเลย แต่ถ้าแนะนำ อยากแรงและลากรอบสุดๆ ใช้โหมด S ระดับ 3 แค่นี้พอ ระบบเปลี่ยนเกียร์ทำได้ดีกว่าเราเปลี่ยนเองเสียอีก

    โดยรวม การขับขี่ในสนามนั้น สามารถพับเข้าโค้งได้อย่างคล่องตัว แถมยังพาเข่าเช็ดพื้นได้อย่างง่าย โดยที่ไม่ต้องพยายามโหนรถมาก แต่เป็นรถที่ช่วงยาว จึงทำให้สามารถออกจากโค้งได้ช้า เบรกหนึบทั้งหน้าและหลัง อัตราเร่งช่วงต้นนั้นไม่น้อยหน้ารถสไตล์ Big Scooter
รุ่นอื่นๆ ช่วงล่างเมื่อเข้าโค้งที่มีความเร็วสูงไม่มีอาการส่ายหรือย้วยให้เห็น และก็ต้องระวัง

การเข้าเกียร์ในโค้งของระบบ DCT ที่จะเพิ่มเกียร์ในขณะเข้าโค้งให้กับเรา แรกๆมีเหวอแน่นอน แต่พอขับจนชินเท่านั้นเหละ ระบบยิ่งต่อเกียร์เราก็จะยิ่งเติมคันเร่งเรื่อยๆ แต่ยังไงก็ต้อง
ไม่เยอะจนเกินไป เดี๋ยวจะลงไปคุยกับยางขอบแทร็คเอานะครับ และแรงฉุดจากเครื่องยนต์ (Engine Brake) พอมีให้รู้สึกอยู่บ้างแต่ไม่ได้หนักเหมือนขี่รถเกียร์ธรรมดา เอาเป็นว่า
ภาพภายนอกของตัวรถจะเป็นแนว Big Scooter ผสมผสานกับ Sport Adventure
แต่กลับทำได้ดีในสนามแข่งไม่แพ้รถสไตล์ Sport เลย ควรลองขับขี่แล้วจะรู้ว่ามันสนุกจริง

Feeling Off Road
ท่านั่งการขับขี่

    เริ่มจากท่านั่งและการวางเท้า ที่วางเท้านั้นออกแบบมาให้สามารถวางได้หลากหลายรูปแบบ เมื่อต้องการจะเข้าโค้งหรือทำการ Lean Out ทำได้ดี เมื่อเตะขาหรือกางขาออก ไม่ติดจุดใดๆ แต่เมื่อยืนขับขี่นั้นอาจจะไม่ค่อยถนัดนัก เพราะยืนแล้วตำแหน่งของตัวจะยื่นไปที่ด้านหน้า
มากเกิน ถ้าจะให้ดีควรเพิ่มพักเท้าแต่งเข้าไป

รับรองสามารถยืนขับขี่ได้แบบรถสายพันธุ์ Adventure เลยก็ว่าได้ ต่อกันที่เบาะ กว้าง
นั่งสบายแต่ค่อนข้างแข็งไปนิด ตำแหน่งการวางมือ แฮนด์บาร์ที่ถูกติดตั้งมาให้ใช้งานได้ดีกับทางฝุ่น ควบคุมคันเร่งและวงเลี้ยวได้ง่ายมาก ทำให้ควบคุมรถตอนเข้าโค้งและขับขี่ข้าม
สิ่งกีดขวางได้อย่างสบายๆ

ระบบเบรกและระบบกันสะเทือนในทาง OffRoad
    การทำงานของดิสก์เบรกคู่หน้า และระบบความปลอดภัย ABS ติดตั้งมาให้ เมื่อ
เบรกหนักๆในทางดินนั้น ล้อไม่ล็อค ทำให้รถไม่เสียการทรงตัวและยังควบคุมทิศทางการเลี้ยวได้ ล้อหลังก็เช่นกัน สามารถเบรกได้อย่างเต็มที่ในทางดิน

   ต่อกันที่ระบบกันสะเทือน เริ่มจากโช้คหน้าที่ปรับได้แบบ Full Adjust โดยการทดสอบ
ครั้งนี้ใช้ค่าเดิมจากโรงงานที่ตั้งค่ามาให้ โช้คหลังแบบเดี่ยวกับกระเดื่องที่ติดตั้งอยู่ที่ด้านใต้ของตัวรถ ทำให้การรับน้ำหนักที่ชุดหลังใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ถือว่าทำได้ดีสำหรับทางดิน ไม่ย้วยจนเกินไป จากตอนแรกที่คิดว่ารถสไตล์นี้จะมีชุดรองรับน้ำหนักที่นิ่ม จนถึงย้วย

แต่เมื่อได้ลองทดสอบแบบจัดหนักกับทางดิน ชุดรองรับน้ำหนักทั้งหน้าและหลังนี้เอาอยู่
ทั้งกระโดดเนิน ลุยทางที่มีอุปสรรคพอประมาณ ผ่านไปได้อย่างเหลือเชื่อ แถมสวิงอาร์ม Pro-Link แบบ U-shaped นั้นออกแบบมาให้มีขนาดที่ยาวขึ้น ทำให้การควบคุมรถได้ง่ายเมื่อท้ายปัดหรือเสียการทรงตัวที่ด้านหลัง Drift ได้อย่างสุดมันจริงๆ
  สำหรับรถที่ช่วงยาวแบบนี้ ล้อหน้าขนาด 17 นิ้ว และล้อหลังขนาด 15 นิ้ว เป็นแบบซี่ลวดมาคู่กับยางกึ่งวิบาก ช่วยให้การขับขี่บนทางดินสนุกมากยิ่งขึ้น

การทำงานของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังในทาง OffRoad
    สำหรับการใช้งานบนทางดิน มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ (DCT) ที่ทำให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ เพราะปกติแล้วการขับขี่บนทางดินหรือขับขี่ผ่านอุปสรรคต่างๆนั้น ถ้าเป็นระบบเกียร์แบบปกตินั้นจะต้องคอยพะวงเรื่องรอบเครื่องยนต์ว่าเบามากๆแล้วมันจะดับรึเปล่า ถ้าดับมาขณะกำลังจะข้ามสิ่งกีดขวางหรือเข้าโค้งนั้น ได้ลงไปคุยกับดินอย่างแน่นอน
   แต่สำหรับเกียร์ DCT ไม่ต้องกลัวดับ บิดคันเร่งอย่างเดียว แค่ควบคุมรถให้ไม่กลิ้งก็พอ กำลังของเครื่องยนต์นั้นพาเราข้ามสิ่งกีดขวางและทางชันไปได้อย่างสบายหายห่วง

โดยรวมแล้ว Honda X-ADV นั้นเป็นรถที่สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ จะเอาไว้ขี่ใช้งานในเมือง ใช้งานทางไกล หรือจะเอาไว้ลุยท่องเที่ยวในทางดินที่ไม่มีอุปสรรคมากนัก ก็ยังใช้งานได้ดี แต่ถ้าจะเอาไปขับขี่ในเส้นทางแบบ Enduro นั้นก็อาจจะดูไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ ถามว่าไปได้ไหม ไปได้ครับ แต่รถไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้งานหนักขนาดนั้น

Feeling City Ride
    สำหรับการขับขี่ Honda X-ADV ในเมืองที่มีสภาพการจราจรที่ค่อนข้างหนาแน่น
ก็ไม่ใช่เรื่องยากและไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยแรกๆอาจจะยังไม่ชินกับมิติของตัวรถก็จะเก้ๆกังๆหน่อย สิ่งที่ต้องระวังคือตำแหน่งการ์ดแฮนด์ไปตีกระจกรถยนต์ได้ ส่วนใหญ่ที่เจอก็จะเป็นพวกรถ SUV หรือรถกระบะ ส่วนรถเก๋งตำแหน่งของการ์ดแฮนด์จะอยู่สูงกว่ากระจกนิดหน่อย รถติดๆก็ต้องระวังกันนิดนึง

ความคล่องตัวบอกได้เลยว่ามันพริ้วมากหากคุ้นกับระบบการทำงานของ DCT จังหวะการ
ต่อเกียร์ที่สัมพันธ์กับรอบของเครื่องยนต์โดยเฉพาะในโหมด S ทำให้ฟิลลิ่งที่ได้มานั้นเหมือน
ขี่รถสปอร์ตดีๆนี่เอง ต่อกันที่วงเลี้ยวที่ค่อนข้างแคบทำให้การซอกแซกไปตามช่องต่างๆทำได้ดี ติดก็ตรงที่ตำแหน่งความสูงจากเบาะถึงพื้นที่ค่อนข้างสูงหากผู้ขับขี่ที่มีความสูงไม่ถึง 170 ซม. ขาลอยแน่นอน
   ***ในส่วนอื่นๆที่ต้องรู้ไว้ของ Honda X-ADV***
-ตำแหน่งของขาตั้งข้างจะเยื้องมาด้านหลังนิดๆ เวลาเขี่ยขาตั้งลงหาไม่ค่อยเจอ
-ชิลด์ปรับระดับได้แต่ต้องจอดปรับด้วยมือเท่านั้น
-ใต้เบาะมีที่ชาร์จแบบในรถยนต์
-ไม่มี Traction Control
-ระบบเบรกแบบ ABS ไม่มีระบบปิด-เปิด (แต่สามารถถอดฟิวส์ตัดระบบการทำงานได้)
-มี Parking Break อยู่ด้านขวามือ
-รถขับเคลื่อนด้วยโซ่
    สรุปการใช้งานขับขี่ในเมืองโดยรวมแล้วถ้าชินกับมิติของตัวรถและระบบเกียร์ DCT แล้วล่ะก็รับรองความสนุกแน่นอน รับประกันถ้าได้ขี่แล้วติดใจชัวร์...!!!

ราคา Honda X-ADV อยู่ที่ 415,000 บาท สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม Honda BigWing ใกล้บ้านท่าน