Full Throttle All New Triumph Tiger 800 XCA,XRT Global Press Test Ride at Morocco

873 จำนวนผู้เข้าชม  |  Test&Review News

Full Throttle All New Triumph Tiger 800 XCA,XRT Global Press Test Ride at Morocco

Full Throttle

All New Triumph Tiger 800 XCA,XRT


Global Press Test Ride at Morocco




      Triumph Thailand จัดหนักพาสื่อมวลชนไปทดสอบรถถึงแดนไกลที่ประเทศ Morocco ดินแดนฟ้าจรดทราย
ครั้งนี้ทางทีมงานเราได้รับเกียรติให้เข้าร่วมทดสอบ  กับรถสายลุยสองโมเดลใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน อย่าง All New Tiger 800 XCA,XRT ซึ่งทั้งสองรุ่นเป็นรถที่ประกอบในบ้านเรา แต่คุณภาพระดับโลก ครั้งนี้เป็นการทดสอบขับขี่ครั้งแรกพร้อมกันทั่วโลก
ณ เมือง Marakesh  อีกทั้งยังมีเซอไพร์ตรงที่ อากาศแปรปรวนจนทำให้เมืองทะเลทราย เกิดหิมะตกคลุมผืนเขาและผืนทรายไปทั่วบริเวณ
ที่ไปทดสอบ ปรากฏการณ์ครั้งนี้ ทางทีมงานได้แจ้งว่า 100 ปี จะเกิดปรากฏการณ์แบบนี้ขึ้นสักครั้ง 
ถือว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่พร้อมบรรยากาศสุดพีคไปพร้อมๆกัน




Tiger 800 XCA

      ตัวรถนั้นได้มีการพัฒนาต่างจากตัวก่อนหน้าทั้งหมด เริ่มจากชุดเรือนไมล์ที่เป็นจอแบบ TFT Full Color ขนาด 5 นิ้ว
วินชิลด์ด้านหน้าสามารถปรับได้ถึง 5 ระดับ ปรับได้โดยไม่ต้องจอดรถ เครื่องยนต์แบบใหม่ 3 สูบเรียง 800 cc.
พกแรงม้ามาถึง 95 hp./9,500 rpm. แรงบิดสูงสุดอยู่ที่  79 Nm./8,050 rpm. เป็นเครื่องยนต์ที่ปรับมาให้ใช้งานแบบรอบต่ำ
และกลางโดยเฉพาะ เพื่อการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะต้องการขับขี่บนเส้นทาง Off Road หรือ On Road ก็สามารถขับขี่ได้อย่างสบาย




      มีโหมดการขับขี่ถึง 6 โหมด Road,Rain,Sport,Rider,Off-Road, Off-Road Pro ซึ่งการปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่นั้นสามารถเปลี่ยนได้ขณะขับขี่รถ ยกเว้นโหมด Off-Road,Off-Road Pro จะต้องจอดเพื่อเปลี่ยนโหมด ตัวโครงรถถูกปรับเปลี่ยนใหม่ให้แข็งแรง
และดูดุดันขึ้น ไฟตัดหมอกแบบ LED ช่วยส่องสว่างยามค่ำคืนได้เป็นอย่างดี สวิตช์ควบคุมต่างๆเป็นแบบ จอยสติ๊ก 5 ทิศทาง พร้อมไฟเรืองแสงที่ช่วยให้ใช้งานยามค่ำคืน


      ชุดควบคุมคันเร่งไฟฟ้าแบบ Ride-by-Wide พร้อมกับระบบ Heat Grip&Heat Seat (ทั้งเบาะคนขับและคนซ้อน)
ไม่หวั่นว่าจะลุยฝน หิมะ หรืออากาศหนาวขนาดไหน ต่อกันที่ระบบเบรกหน้า Brembo ห้ามล้อได้แบบชะงักงัน ปลอดภัย
ในทุกเส้นทาง Traction Control ที่เปิด-ปิด การทำงานได้เพียงปลายนิ้ว เบาะสามารถปรับลงได้ถึง 20 mm.


      ด้านระบบกันสะเทือนทั้งด้านหน้าและหลังระดับโลกจาก WP ที่ขึ้นชื่อในด้านความหนึบ ล้อซี่ลวดทั้งหน้าและหลังขนาด 21 นิ้ว หลัง 17 นิ้ว Foot Pegs สไตล์ Motorcross กันไม่ให้พักเท้าลื่นเมื่อเจอน้ำหรือโคลนต่างๆ การ์ดกันแคร้งด้านล้างและ Clash Bar ถูกติดตั้งมาให้จากโรงงาน ส่วนเรื่องราคาค่าตัวนั้นแสนจะคุ้มอยู่ที่ 665,000 บาท (XRT=645,000 บาท )เป็นรถที่คุ้มค่าแก่การลงทุนจริงๆ


ท่านั่งการขับขี่

      สำหรับรถรุ่นนี้ ถูกออกแบบมาให้รับกับสรีระชาวเอเชียโดยเฉพาะ นั่งหลังตรงไม่ต้องก้มไปข้างหน้ามากนัก ระยะแฮนด์ที่ปรับมาใหม่ ทำให้ขับขี่สบาย แขนไม่ตึงเกินไป ขับขี่ในระยะทางไกลไม่เมื่อย ตำแหน่งการวางเท้า วางได้ถนัดมาก พักเท้าแบบ Motorcross ที่ช่วยไม่ให้เท้าลื่นหลุดออกจากตำแหน่งขณะยืนขับขี่เมื่อผ่านอุปสรรคตามเส้นทางต่างๆเมื่อยืนขับขี่ก็ทำได้ดีไม่ต้องปรับอะไรเลยช่วงถังน้ำมันจะใหญ่ตรงช่วงหลังเพื่อให้ใช้เข่าหนีบถังเมื่อยืนขับขี่เบาะแบบสองตอนนิ่มและสบายปรับให้ต่ำลงได้ทั้งคนขี่และคนซ้อนตำแหน่งของสวิตช์ทั้งซ้ายและขวาใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน


เครื่องยนต์

      เป็นเครื่องยนต์แบบ 3 สูบเรียง ที่ทำการสร้างแมฟและระบบ ECU มาใหม่ทั้งระบบ ให้ความแรงในรอบต้นถึงกลาง รอบมารออยู่ที่มือตั้งแต่รอบต้น เรียกรอบได้ทันใจ แรงม้ามีมาให้ถึง 95 hp. /9,500 rpm.  และแรงบิด 79 Nm./8,050 rpm. ใช้รอบเครื่องยนต์ไม่เปลือง เพราะมีกำลังในรอบต่ำและกลางมาก จะเร่งเครื่องแซงหรือขึ้นเนินที่ชันๆ แทบไม่ต้องลดเกียร์ลงมา เป็นรถที่เข้าถึงได้ง่าย สำหรับมือใหม่ มือเก่าและมือเก๋า อัตราทดเกียร์ปรับเปลี่ยมมา ให้ใช้งานง่ายขึ้นที่ความเร็วต่ำ ไม่กระชากเข้าเกียร์ได้นิ่ม การต่อเกียร์แต่ละเกียร์ทำได้สมูทมาก เสียงของเครื่องยนต์และชุดท่อไอเสียตัวนี้ จะให้อารมณ์สปอร์ต มากขึ้น คันเร่งไฟฟ้าตอบสนองได้ดี โหมดการขับขี่ได้ถูกปรับตั้งมาให้จากโรงงาน แต่ละโหมดเราก็สามารถปรับตั้งได้เองตามใจชอบ ลองกดคันเร่งไปสักระยะ ( โหมด Sport ) ความเร็วก็ทำได้ไม่น้อยหน้ารถพิกัดเดียวกัน ได้ประมาน 170-180 km./hr. ความเร็วปลายมีเยอะกว่านี้แน่นอนแต่ไม่กล้าลากยาวๆกลัวจะได้นอนคุกที่ต่างแดนอิอิรถสไตล์นี้ช่วงหน้าจะเบาและสูงที่ความเร็วสูงอาจจะมีอาการล่อนหรือส่ายอยู่บ้างเอาจริงๆก็คงไม่มีใครขับขี่ที่ความเร็วสูงขนาดนี้ในชีวิตประจำวันหรอกครับทั้งอันตรายและเสี่ยงต่อการโดนจับ


ระบบรองรับน้ำหนักและเบรก


      สัมผัสแรกอาจจะดูเหมือนโช้คนิ่มทั้งหน้าและหลัง แต่พอได้ลองลงไปหวดดูแล้ว สั้นๆง่ายๆ เลยว่า “ของเค้าดีจริง” สำหรับโช้คหน้า
WP แบบ USD แกนขนาด 43 mm. ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเจอทางดิน หรือแม้แต่ทางปกติก็ทำงานได้ดีเยี่ยมเช่นกัน
ปรับได้ทั้งค่าการคืนตัวและระยะยุบได้ ชอบแบบไหนก็จัดกันเต็มที่เลย โช้คหลัง WP แบบมี Sub Tank แยก สามารถปรับได้ทั้งหมดเช่นเดียวกัน ระบบรองรับน้ำหนักทั้งหน้าและหลัง ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัวเป็นที่สุด ถือได้ว่า Tiger 800 XCA เป็นรถที่ช่วงล่างดีอันดับต้นๆ
ของโลก ในรถคลาสเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย ใช้งานทั้งทางดินและทางดำได้อย่างคล่องตัว อีกทั้งระยะยุบของโช้คหน้าที่มีมากถึง 220 mm. ทำให้ลุยเส้นทางดินได้อย่างสบายหายห่วง และทางดำก็ยังคงความหนึบและยึดเกาะถนนได้ดี เข้าโค้งที่ความเร็วสูงไม่มีอาการไดๆทั้งสิ้น
ทางด้านเบรกหน้าที่ให้มาเป็นของ Brembo ที่สั่งให้หยุดได้ดั่งใจนึกใช้งานคู่กับดิสก์เบรกคู่แค่บีบเบรกเบาๆรถก็แทบจะหยุดแล้วมาด้วยความเร็วสูงระยะเบรกนั้นสั้นจริงๆไม่เช่นนั้นผมอาจจะได้จูบท้ายรถคันหน้าเป็นแน่แท้


      โดยรวมของ All New Triumph Tiger 800 XCA เป็นรถที่ขับขี่ง่ายในทางดำและมีความคล่องตัวสูงเมื่อขับขี่ในทางดิน
เครื่องยนต์ปรับเซ็ตใหม่รองรับการขับขี่ทุกรูปแบบ มีออฟชั่นเสริมมาให้แบบไม่กลัวขาดทุน คุ้มค่าเงินทุกบาททุกสตางค์ ที่ลงทุนซื้อไป
ได้ทั้งระบบรองรับน้ำหนักแบบพรีเมี่ยม ระบบเบรก และฟีเจอร์ต่างๆที่ติดตั้งมาให้กับตัวรถ ตัว XCA นั้นจะเน้นหนักไปที่ทางดินหรือ
Off-Road ส่วนใหญ่ เอาใจเพื่อนๆที่ชอบเที่ยวแบบลุยๆ ไม่ค่อยอยู่ในกรอบสักเท่าไหร่  รักในการสร้างเส้นทางใหม่ๆให้กับชีวิตตัวเอง
แนะนำเจ้า XCA มันตอบโจทย์เพื่อนๆที่ชอบนอกลู่นอกทาง อย่างแน่นอนครับ หมายถึงเส้นทางการขับขี่นะครับอย่าคิดเป็นอื่น
เดี๋ยวจะหัวแตกเอา !!!
_________________________________________________________________________________


Tiger 800 XRT

      ความหล่อและออฟชั่นเสริมต่างๆแทบจะไม่ต่างจากตัว XCA แต่ตัวนี้จะเน้นไปที่การใช้งานในชีวิตประจำวัน ขับขี่ท่องเที่ยวในระยะทางใกล้และไกล หรือเรียกว่า ”สายชิลด์” ชอบการขับขี่แบบกินลมชมวิว ไปเรื่อยๆ แต่เมื่อต้องการจะทำเวลา ก็ไม่น้อยหน้าใครอยู่เหมือนกัน 


      สำหรับ XRT จะเป็นล้อแม็กหน้าขนาด 19 หลัง 17 ระบบรองรับน้ำหนักตัวนี้จะเป็นโช้คจาก Showa ทั้งหน้าและหลังที่เป็นอันดับท็อปๆของโลกเช่นกัน ความสูงจากพื้นถึงเบาะจะต่ำกว่าตัว XCA อยู่ประมาณ 30 mm. และยังสามารถปรับลงได้อีก 20 mm. คราวนี้ล่ะ เราจะไม่ต้องเต้นบัลเล่ห์ กันอีกต่อไป 


ท่านั่งการขับขี่


      อย่างที่บอกว่าตัวนี้จะเน้นไปที่การขับขี่ใช้งานในเมืองเป็นหลักท่านั่งการขับขี่นั้นจะมีความสบายและยืดหยุ่นสูงเนื่องด้วยตัวรถ
ที่เตี้ยกว่าทำให้นั่งได้อย่างถนัดพักเท้ามียางรองสามารถถอดยางรองพักเท้าออกได้เผื่อเพื่อนๆสนใจอยากจะตะลุยทางดินเพราะ
ถ้ายางรองพักเท้าโดนน้ำอาจจะลื่นสักหน่อยระยะแฮนด์ก็เท่ากันกับตัว XCA และเมื่อยืนขับขี่ก็ทำได้ดีไม่ต่างกันแถมน้ำหนักยังเบากว่า
เกือบสิบกิโลกรัม


เครื่องยนต์

      เครื่องยนต์แบบเดียวกันแรงบิดและแรงม้าเท่ากันกับ XCA จะแตกต่างกันตรงแมฟและชุด ECU ที่ถูกปรับตั้งมาให้นิ่มนวลกว่า
ให้ขับขี่ในเมืองคล่องตัว ไม่กระโชกโฮกฮาก แต่ใช่ว่าจะนิ่มนวลขนาดรถสกู๊ตเตอร์ เมื่อต้องการเร่งแซงหรือจะทำเวลา
มันก็แรงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ไม่ทิ้งคราบพี่เสืออย่างแน่นอน ทั้งนี้ยังประหยัดน้ำมันอีกด้วย น้ำมันเต็มถังขนาด 19 ลิตร


      สามารถพาเราไปท่องเที่ยวได้ในระยะทาง ไม่ต่ำกว่า 250 Km.( ขึ้นอยู่กับภูมิประเทศและความเร็วในการขับขี่ ) รอบเครื่องยนต์ก็มารอให้ใช้งานอยู่ทุกความเร็วรอบ ทั้งรอบต่ำไปจนถึงรอบกลาง ความเร็วสูงสุดที่ได้ลองทดสอบอยู่ที่ประมาณ 170-180 km./hr. ตัวรถสามารถไปได้ต่อ แต่สถานที่และภูมิประเทศไม่อำนวย กฎหมายก็ไม่อำนวยอีกเช่นกัน เอาเป็นว่าเมื่อออกทริปพร้อมกันทั้งสองโมเดลนี้ กินกันไม่ลงจริงๆ


ระบบรองรับน้ำหนักและเบรก


      สำหรับ XRT จะถูกปรับตั้งมาเพื่อใช้งานบนทางดำเป็นส่วนใหญ่ มาพร้อมกับโช้ค Showa แบบ USD แกน 43 mm. ระยะยุบตัว 180 mm. แบบ Full Adjust เป็นรถที่เอนกประสงค์เป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะใช้งานในเมือง หรือขับขี่ท่องเที่ยวตามเส้นทางเดินทางที่มีอุปสรรคบ้าง แต่ไม่ถึงขนาดลุยป่าฝ่าดงดิบ  ก็จะพาเราไปได้อย่างปลอดภัย และไม่เกิดความเสียหายกับตัวรถ ทางด้านโช้คหลังเป็น Showa แบบมี Sub Tank แยก ปรับได้ทั้งหมดเช่นกัน การใช้งานในโค้งที่ความเร็วสูง กลาง และต่ำ ทำได้ดีมาก ไม่มีอาการ ส่าย หรือย้วยให้รู้สึก ต่อกันที่ทางดินก็ทำได้ดีเช่นเดียวกัน แต่อาจจะนิ่มเกินไปสำหรับการกระโดดขึ้นเนินสูงๆ ถ้าอยากลองขึ้นเนิน ลองปรับตั้งโช้คใหม่ ทำได้ดีไม่แพ้เจ้า XCA ชัวร์

      ภาพรวมของเจ้า XRT นั้นไม่ได้ด้อยไปกว่า XCA แม้แต่น้อย เนื่องด้วยการใช้งานอาจจะจุดประสงค์ต่างกันสักหน่อย สำหรับ XRT
จะเน้นใช้งานในเมืองที่ต้องการความคล่องตัวสูง ตัวรถนั้นจะมีน้ำหนักที่เบาและเตี้ยกว่า พอสมควร ทำให้ควบคุมได้ง่าย ไม่ต้องเขย่งเท้า
เวลาจอด ด้านเครื่องยนต์ก็เป็นบล็อกเครื่องเดียวกัน ความแรงนั้นไม่ต้องพูดถึง เท่ากันแน่นอน แต่ช่วงอัตราเร่งในรอบต้นนั้นจะต่างกันอยู่
เพราะการใช้งานคนละแบบ ไม่ว่าจะขี่ในเมืองหรือขี่ท่องเที่ยวทั่วไปแบบชิลด์สบายๆ เจ้า XRT ก็เป็นรถที่น่าสนใจไม่แพ้ใครเลยครับ



สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ

www.facebook.com/TriumphMotorcyclesThailand

Email; ContactTH@triumphmotorcycles.com


ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทางบริษัท Triumph Motorcycles Thailand จำกัด ที่มอบโอกาสสุดพิเศษให้กับทีมงาน OVER RIDE ได้เข้าร่วมทดสอบรถทั้งสองโมเดลไกลถึงประเทศ Morocco แถมยังได้สัมผัสบรรยากาศอันหนาวเหน็บ จากสภาวะอากาศที่แปลกใหม่และแปรปรวนในครั้งนี้ด้วยครับ 

ขอขอบคุณชุดขับขี่จาก #DirtshopThailand



#TriumphMotorcyclesThailand #PressTest #Morocco #Tiger800XCA_XRT #Marakesh #Atlas_Moutain

#override #DirtshopThailand

#Bell #Spidi #Acerbis