Test & Review Royal Enfield Meteor 350 Supernova By OverRide

755 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Test & Review Royal Enfield Meteor 350 Supernova By OverRide

Test & Review Royal Enfield

Meteor 350 Supernova

By OverRide

     ครั้งนี้เราจะมาแนะนำรถรุ่นใหม่ ที่ถือว่าเป็นรถคลาสสิคไบค์ สไตล์ครุยเซอร์น้องเล็กสุดจากค่าย Royal
Enfield นั่นคือ Meteor 350 Supernova


     มาพร้อมเครื่องยนต์สูบเดียว 349 cc. ระบายความร้อนด้วยอากาศ ให้กำลังสูงสุด 20.2 hp/6,100 rpm แรงบิดสูงสุด
27 Nm/ 4,000 rpm เครื่องยนต์รุ่นใหม่ ที่มีอัตราเร่งสมูทในทุกย่านความเร็ว เหมาะแก่การใช้งานทั้งในเมืองและการขับขี่
ท่องเที่ยวอย่างยิ่ง เป็นเครื่องยนต์ที่เข้าถึงง่ายมาก ไม่ว่ามือใหม่ มือเก่า ถ้าได้ขี่รับรองติดใจแน่ๆ

 

     ยังคงความคลาสสิคด้วยโคมไฟหน้าทรงกลม แบบหลอดฮาโลเจนพร้อมไฟหรี่และไฟท้ายแบบหลอด LED ช่วยให้
ส่องสว่างยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจนและปลอดภัย

 
     มาตรวัดความเร็วแบบเข็ม ผสมกับหน้าจอดิจิตอลแสดงค่าต่างๆ  และหน้าจอแยกแบบ LCD ที่บอกค่าและแสดงแผนที่
การเดินทาง


     ช่องเสียบสาย USB อยู่ใต้แฮนด์เดิ้ลบาร์ ให้คุณชาร์จไฟได้ง่ายขณะขับขี่

  
     จุดเด่นของคันนี้ คือระบบ Royal Enfield Tripper หน้าจอนำทางแบบ turn-by-turn เพียงจับคู่กับแอปพลิเคชั่น
Royal Enfield เข้ากับโทรศัพท์มือถือของผู้ขับขี่ ก็สามารถนำทางไปในที่ ที่เราต้องการได้อย่างถูกต้อง การออกแบบหน้าจอ
แสดงผลยังไม่รบกวนขณะเดินทาง สามารถปรับแสงของหน้าจอได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ เมื่อต่อกับแอปพลิเคชั่น ช่วยให้
ขับขี่ได้ปลอดภัย ถือเป็นระบบนำทางสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุดของทางค่ายก็ว่าได้


     แชสซีแบบ Twin Downtube Spin Frame แข็งแรงและง่ายต่อการควบคุม ทั้งในเมืองที่การจารจรหนาแน่น หรือการ
เดินทางระยะไกล สบายใจหายห่วง

  
     เครื่องยนต์สมูทอย่างเดียวคงไม่เท่าช่วงล่างที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกันอย่างพอดี สำหรับช่วงล่างของคันนี้มัน
ช่างเหมาะสมกันกับรถจริงๆ โช้คหน้าแบบเทเลสโคปิกแกน 41 มม. ระยะยุบ 130 มม. และโช้คหลังคู่ปรับได้ 6 ระดับ และ
ปรับพรีโหลดได้ ทุกอย่างมีความพอดี ไม่นิ่ม ไม่กระด้าง เข้าโค้งที่ความเร็วสูงก็ไม่มีอาการใดๆให้เห็น บวกกับจุดศูนย์ถ่วง
ที่ต่ำลง ทำให้มันเป็นรถที่เข้าโค้งได้ดีเยี่ยมคันนึงเลยหล่ะ

 
     พักเท้าหน้าออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ให้ให้เยื้องไปด้านหน้า เพื่อการขับขี่ที่สบายมากขึ้น ไม่เมื่อยเมื่อขับขี่เป็นเวลา
นาน แถมเบาะนั่งยังนิ่มกว่าที่คิดไว้มาก

 
  
     ยางหน้าขนาด 100/90 - 19 หลัง 140/70 - 17 แบบ Tubeless เสริมความปลอดภัยด้วยชุด ABS Dual Channel
จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ครับสำหรับเบรกของเจ้ารุ่นนี้ เบรกมันหนึบเอาเรื่องเลย กดเบรกเบาๆ รถก็แทบจะหยุดแล้ว ด้วย
คาลิปเปอร์เบรกหน้า 2 pot ทำงานร่วมกับดิสก์เบรกขนาด 300 mm. คาลิปเปอร์หลัง 1 pot กับดิสก์เบรกขนาด 270 mm
เกินพอเลยครับระบบเบรกของคันนี้


     ความสูงจากพื้นถึงเบาะเพียง 765 mm. เป็นรถที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำอย่างมาก ไม่ว่าจะเลี้ยวโค้งกว้างๆ หรือขับขี่ซอกแซก
ในเมือง เป็นรถที่มีความคล่องตัวสูงใช้ได้เลย


     น้ำหนักรวมของเหลว 191 kg. ถ้ามองแล้วก็ถือว่าเป็นรถที่หนักพอสมควร แต่พอได้ลองคร่อม ลองขับขี่ใช้งานแล้ว
มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ยิ่งขับขี่ทางไกล ยิ่งทำให้รู้สึกว่ารถมันไม่หนักเลยสักนิด จะเลี้ยวโค้งหรือทำ
ความเร็วสูง รถก็นิ่งอย่างน่าเหลือเชื่อ

 
     ถังน้ำมันขนาดใหญ่ จุได้ถึง15 ลิตร ไม่ต้องแวะเติมกันบ่อยๆ ถังนึงนี่ก็วิ่งได้ร่วมๆ 200 km. ถือว่ารถคันนี้ก็ประหยัด
อยู่เหมือนกันนะ


     โดยรวมกับ Royal Enfield Meteor 350 Supernovaคันนี้ เป็นรถที่น่าใช้งานอีกหนึ่งรุ่นเลยก็ว่าได้ครับ มีความปลอดภัย
ตั้งแต่โครงไปยันเบรก แถมยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆที่เพิ่มเข้ามา ยัดเทคโนโลยีกันมาอย่างเต็มที่ การจัดวางและ
ตำแหน่งแต่ละชิ้นส่วนจัดวางไว้ได้อย่างดีเยี่ยม แต่ก็ยังคงความคลาสสิคไว้ได้ ไม่หลุดคอนเซ็ปต์  อีกหนึ่งจุดที่ทำให้รู้สึกว๊าวเลย
ครับ คืออัตราเร่งที่สมูทของเจ้าตัวนี้ มันเป็นรถที่ขี่นิ่มจริงๆครับ ไม่จัดจ้านเกินไป บิดเที่ยวชิลด์ๆ จะเอาไปท่องเที่ยวทางไกล
ก็นั่งสบาย มีชิลด์หน้าเพิ่มเข้ามาช่วยลดอัตราลมปะทะ ฟินจริงๆครับได้ขับขี่เจ้าคันนี้เที่ยว

Royal Enfield Meteor 350 มีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย


Fireball ราคาเริ่มต้นที่ 150,000 บาท


Stellar ราคาเริ่มต้นที่ 155,000 บาท


Supernova ราคาเริ่มต้นที่ 159,500 บาท